“Thainess Power” บนเวทีโลก

เมื่อรอยยิ้มไทย ความยืดหยุ่น และความมีระเบียบแบบญี่ปุ่นมาบรรจบกัน

ประเทศไทย โดยกรมประชาสัมพันธ์ ได้นำเสนออัตลักษณ์ไทยในงาน Expo 2025 Osaka, Kansai ระหว่างวันที่ 1–16 กันยายน 2568 ภายใต้แนวคิด “Thainess Power: Connecting Lives for Greatest Happiness – พลังแห่งไทยเชื่อมโยงคน สู่ความสุขอันสูงสุด” ซึ่งมุ่งถ่ายทอดเสน่ห์ของความเป็นไทยผ่าน Soft Power ด้านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และมิตรไมตรี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาคมโลก

ตลอด 16 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าชมกว่า 32,000 คน จากหลากหลายประเทศ โดยกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ “A Touch of Thainess Giveaway” ที่มอบของที่ระลึก เช่น ขนม ผ้าเช็ดหน้าลายช้าง และตุ๊กตามาสคอต ตลอดจน AI Photo Booth ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมถ่ายภาพในฉาก ชุดไทย ทะเลไทย ช้างไทย และรถตุ๊กตุ๊กไทย

กิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างรอยยิ้มและความสนุก แต่ยังกลายเป็นกระแสในสื่อออนไลน์ของญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นว่าความเป็นไทยสามารถสื่อสารได้อย่างร่วมสมัยและเข้าถึงใจผู้คนทั่วโลก

ในฐานะ ล่ามประจำบูธประเทศไทยของกรมประชาสัมพันธ์ ผมได้สัมผัสบรรยากาศการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือบรรยากาศอันผ่อนคลายของความเป็นไทย ความสนุกสนานครื้นเครง ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และกล้าเข้ามาพูดคุย

ในขณะเดียวกัน ผมได้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่น่าชื่นชม — แม้อากาศจะร้อนและแดดแรง ผู้คนยังคงต่อคิวอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีเสียงบ่น ไม่มีการแซง ทุกคนยิ้มและรอคอยด้วยความอดทน ภาพนั้นสะท้อนถึงวินัยและความเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่คนไทยควรนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับความเรียบง่ายสบายๆของเรา อีกทั้งยังมีการใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการรอคิว เช่นเก้าอี้ยืดหดได้ เสื้อพัดลม ซึ่งแสดงถึงความเตรียมพร้อมเพื่อจะมาต่อคิว

อีกด้านหนึ่งที่ผมได้สังเกตคือ ความยืดหยุ่น (flexibility) ของคนไทย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมไทย ความสามารถในการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความเปิดใจ เปิดกว้างทำให้เรารับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายในการทำงาน หากเรานำความยืดหยุ่นแบบไทย มาผสมกับความมุ่งมั่นและมีระเบียบแบบญี่ปุ่น จะเกิดเป็นพลังที่เสริมกันอย่างลงตัว — ทั้งอบอุ่นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้บุคคลและสังคมเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

“Thainess Power” ทำให้ผมตระหนักว่า การสื่อสารวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำซับซ้อน เพราะ “รอยยิ้ม” และ “ความจริงใจ” คือภาษาสากลที่ทุกคนเข้าใจได้

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีอย่าง AI ก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมพลังให้วัฒนธรรมไทยเข้าถึงผู้คนยุคใหม่ได้ง่ายขึ้น

นิทรรศการครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า วัฒนธรรมไม่ใช่การแข่งขันระหว่างประเทศ แต่คือการแลกเปลี่ยนเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผมได้เรียนรู้ว่าความเป็นไทยจะงดงามยิ่งขึ้นเมื่อเรายอมรับและเคารพคุณค่าของวัฒนธรรมอื่น พร้อมนำสิ่งดีเหล่านั้นกลับมาพัฒนาในแบบของเรา

สำหรับผม “Thainess Power” จึงไม่ใช่เพียงการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย แต่คือบทเรียนชีวิตที่ทำให้เข้าใจว่าความเป็นไทยแท้จริงคือการผสมผสานระหว่างความอ่อนโยนและยืดหยุ่นแบบไทย และได้เรียนรู้ความมุ่งมั่นและเป็นระเบียบแบบญี่ปุ่น

ซึ่งหากเรานำสองสิ่งนี้มารวมกันได้อย่างสมดุล ก็จะเป็นพลังแห่งความสุขและความก้าวหน้าที่ยั่งยืน

บทความโดย ไกรเศรษฐ์ ว่องวรภัทร
Facebook: Krai Wong

ความคิดเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ 2022 โดย กรมประชาสัมพันธ์
สถิติการเข้าชม : 116,560,673