รัฐบาลคุมเข้มราคาสินค้า ยืนยันสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่ส่งผลกระทบ พร้อมเร่งติดตามช่วยเหลือแรงงานไทย อย่างใกล้ชิด

รัฐบาลคุมเข้มราคาสินค้า ยืนยันสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่ส่งผลกระทบ พร้อมเร่งติดตามช่วยเหลือแรงงานไทย อย่างใกล้ชิด

5 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง กระทรวงการต่างประเทศ  นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานความคืบหน้าการดูแลราคาสินค้าในประเทศ และการช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาค ขอยืนยันว่าสินค้าในไทยยังมีเพียงพอ ซึ่งจากการตรวจสอบยังไม่พบปัจจัยต้นทุนที่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้า  และการกระจายสินค้ายังเป็นไปตามปกติ  ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบราคาสินค้าและสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการปรับขึ้นราคาโดยไม่เป็นธรรม ลดการกักตุนสินค้า และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ซึ่งหากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที พร้อมติดตามโครงสร้างต้นทุนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะด้านพลังงาน การขนส่ง วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์

ด้าน นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงานและโฆษกกระทรวงแรงงาน  เปิดเผยว่า ได้จัดตั้ง “War Room” เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง พร้อมระงับการส่งแรงงานไทยไปยังประเทศเสี่ยงในภูมิภาคดังกล่าวเป็นการชั่วคราว และยังได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยใช้แอปพลิเคชัน SMART TOEA เพื่อใช้ติดตามตำแหน่งและรับข้อมูลในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสำนักงานแรงงานจังหวัดได้ลงพื้นที่พบครอบครัวแรงงาน เพื่อให้ข้อมูลและสนับสนุนการใช้งาน พร้อมเตรียมแผนอพยพหากสถานการณ์ทวีความรุนแรง

ขณะที่  นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าการดูแลคนไทยในตะวันออกกลางว่า โดยข้อมูลล่าสุดมีคนไทยในอิหร่าน 117 คน แจ้งความประสงค์อพยพ โดยกำหนดอพยพ 68 คน ในวันที่ 7 มีนาคม 2569 และอีก 49 คน ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 ขณะนี้บางส่วนอยู่ระหว่างการจัดทำวีซ่าขาออก โดยเจ้าหน้าที่กงสุลได้เดินทางไปยังประเทศตุรกีเพื่อเตรียมความพร้อมรับผู้อพยพ

สำหรับประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น เลบานอน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด แนะนำให้คนไทยเดินทางออกจากประเทศโดยเร็ว ขณะที่ยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการ ส่วนบาห์เรน มีคนไทย 917 คน แสดงความประสงค์เดินทางกลับประเทศ โดยกลุ่มแรก 9 คน ได้เดินทางข้ามไปยังซาอุดีอาระเบียเพื่อขึ้นเครื่องกลับไทย และจะทยอยเดินทางกลับเพิ่มเติมในช่วง 2–3 วันข้างหน้า

สำหรับคูเวตและกาตาร์ ขณะนี้น่านฟ้ายังปิด และอยู่ระหว่างการประสานหาเส้นทางอพยพที่เหมาะสม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนกำลังเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน กรมสุขภาพจิตได้เปิดบัญชี LINE Official Account เพื่อให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพจิตแก่คนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารจากช่องทางของภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบพัฒนาการล่าสุดและแนวทางด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ 2022 โดย กรมประชาสัมพันธ์
สถิติการเข้าชม : 163,667,702