ททท. ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านเส้นทาง 9 เมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO (และ 1 ว่าที่เมืองสร้างสรรค์) เพื่อนำเสนอคุณค่าทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทางค้นหาความหมายของธรรมชาติและภูมิปัญญา พร้อมเติมความสุขในเส้นทาง UNESCO Creative Cities Thailand
9 เมืองสร้างสรรค์ของไทย และอีก 1 พื้นที่ที่อยู่ระหว่างการผลักดันเข้าสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษนำร่อง 3 จังหวัด เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการเดินทาง โดยประเดิมจังหวัดแรกที่สุโขทัย เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน
“การกระตุ้นให้เกิดการเดินทางตามเส้นทาง UNESCO Creative Cities หรือเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดในประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าว
“ในปี 2569 เชิญชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทางค้นหาความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและภูมิปัญญา (Moment of Miracle) สร้างความสุขแห่งความทรงจำ (Moment of Memories) และการเดินทางที่คืนคุณค่าให้ตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม (Moment of Giving)”
เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก เป็นการนำทุนทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย
สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินงานของ ททท. ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า สอดคล้องกับแนวคิด Value is the New Volume ที่เน้นดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการส่งเสริมการขายใน 9 พื้นที่เมืองสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว โดยใช้แนวคิด “ค้นพบความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและภูมิปัญญา” เพื่อสร้างคุณค่าร่วมระหว่างนักท่องเที่ยวและชุมชน

สร้างการรับรู้ อัตลักษณ์ท้องถิ่น และกระจายรายได้
การส่งเสริมการท่องเที่ยวในเส้นทาง UNESCO Creative Cities Thailand จะช่วยสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ สร้างการรับรู้ระดับสากลในฐานะจุดหมายปลายทางด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ และเป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว
มีการจัดกิจกรรมใน 3 เมืองนำร่องเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและสร้างประสบการณ์ตรงตามอัตลักษณ์เมืองสร้างสรรค์ เพื่อให้คนไทยภาคภูมิใจว่าแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยมีมาตรฐานระดับโลกที่สัมผัสได้จริง
สำหรับกิจกรรมในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด มีรายละเอียดดังนี้
สุโขทัย (หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน)
นำเสนออัตลักษณ์งานหัตถกรรม อาทิ เครื่องสังคโลก ทองสุโขทัย เครื่องเงิน และผ้าทอสุโขทัย พร้อมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ได้แก่ เวิร์กช็อปทำพวงกุญแจจากเศษผ้าทอ การวาดหน้าคุกกี้ลายสังคโลก การเดินแบบผ้าและทองสุโขทัย การชิมอาหารท้องถิ่น และการนำเสนออาหารถิ่นในรูปแบบ Chef’s Table
กำหนดจัดวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน้าวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

สุพรรณบุรี (ดนตรี)
นำเสนอเรื่องราวและความหลากหลายทางดนตรี ตั้งแต่ศิลปินพื้นบ้านจนถึงศิลปินรุ่นใหม่ที่ต่อยอดสู่ดนตรีร่วมสมัย ควบคู่กิจกรรมชิมอาหารท้องถิ่นและเวิร์กช็อป
กำหนดจัดวันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569
เพชรบุรี (อาหาร)
ถ่ายทอดเรื่องราวอาหารพื้นถิ่นที่มีรากฐานจาก 3 รสหลัก ได้แก่ รสเค็มจากเกลือสมุทร รสหวานจากน้ำตาลโตนด และรสเปรี้ยวจากมะนาวแป้น ผสมผสานกันจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด พร้อมกิจกรรมชิมอาหารท้องถิ่นและเวิร์กช็อป
กำหนดจัดวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของประเทศไทยทั้ง 9 พื้นที่ และอีก 1 พื้นที่ที่อยู่ระหว่างการประกาศรับรอง โดยเผยแพร่ข้อมูลทาง Facebook: UNESCO Creative Cities Thailand ซึ่งจะมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวร่วมแชร์ภาพและเล่าประสบการณ์การเดินทางในเมืองสร้างสรรค์ 9 พื้นที่ พร้อมรับของรางวัลจากโครงการ
ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับการประกาศรับรองเมืองสร้างสรรค์จาก UNESCO แล้วถึง 9 พื้นที่ ได้แก่
รวมถึงพัทยา ที่อยู่ระหว่างการผลักดันเข้าร่วมเครือข่ายเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ สาขาภาพยนตร์ ในปี 2570
UNESCO Creative Cities Network ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเมืองต่าง ๆ ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 408 เมืองจากกว่า 100 ประเทศ
10 เส้นทาง 10 เมืองสร้างสรรค์ (UNESCO Creative Cities Thailand)
เชียงใหม่ (หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน)
เดินเข้าสู่ Kalm Village พื้นที่แบ่งปันความรู้และแรงบันดาลใจผ่านงานศิลปะ หัตถกรรม และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าในรูปแบบใหม่ ปักหมุดบ้านข้างวัด แล้วไปเดินช้อปสินค้าท้องถิ่นและงานศิลปะ แวะเวิร์กช็อปที่สตูดิโองานคราฟต์ ตรงไปวัดศรีสุพรรณ ชมอุโบสถเงินหลังแรกของโลกที่ตั้งอยู่กลางชุมชนสล่าเครื่องเงิน ที่ยังคงมีเสียงเคาะตีขันใบใหญ่ดังแว่ว ชมงานคราฟต์ ช้อปงานหัตถกรรม ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของโหล่งฮิมคาว ชุมชนศิลปินริมน้ำแม่คาว เดินลัดเลาะตลาดวโรรส ไปด้านหลังซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายงานฝีมือชาวเขาราคาประหยัด แวะเวียนไป MAIIAM Contemporary Art Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่นำเสนอผลงานร่วมสมัยหมุนเวียนให้ชม

เชียงราย (การออกแบบ)
ชื่นชมความงดงามของโบสถ์สีน้ำเงินแห่งวัดร่องเสือเต้น ผลงานของสล่านก ศิลปินท้องถิ่นศิษย์อาจารย์เฉลิมชัย สัมผัสวิถีไทยยองล้านนาที่บ้านสันทางหลวง ชุมชนเล็ก ๆ ที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องประเพณี วัฒนธรรม การแต่งกาย และภาษา เยือนพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยเชียงราย พื้นที่ศิลปะของเชียงรายที่ก่อตั้งโดยอาจารย์เฉลิมชัย เชื่อมผู้คน ศิลปิน และศิลปะเข้าด้วยกัน จากนั้นไปยังดอยดินแดง ดินแดนแห่งศิลปะเครื่องปั้นดินเผาที่เริ่มต้นจากผืนดินว่างเปล่า ก่อนลงมือรังสรรค์งานฝีมือชิ้นเดียวในโลกกับควายดินดากอาร์ตเฮ้าส์ ปิดท้ายด้วยการขึ้นดอยวาวีหรือแวะไร่ชาฉุยฟง แล้วค่อย ๆ เดินแทรกตัวไปตามช่องว่างระหว่างแนวต้นชาที่ลดหลั่นตามไหล่เขา
น่าน (หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน)
เยือนชุมชนบ่อสวก แหล่งโบราณคดีเตาเผา เครื่องปั้นโบราณ ศิลปะพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่น สักการะหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าคนจริงของพระครูพุทธมนต์โชติ เกจิชื่อดังแห่งวัดศรีบุญเรือง แล้วให้ป้ออุ๊ยแม่อุ๊ยสอนทาสีหัวเรือแข่งจำลอง ชมสถาปัตยกรรมอันงดงามและภาพจิตรกรรมชื่อดัง ณ วัดภูมินทร์ สืบสานภูมิปัญญาการทำโคมเงี้ยว หรือโคมหม่าเต้า ที่บ้านโคมคำ เรียนรู้วัฒนธรรมชาวเขาเผ่าเย้าผ่านเครื่องประดับเงินที่พิพิธภัณฑ์ดอยซิลเวอร์ พิพิธภัณฑ์เครื่องเงินในหุบเขาเมืองปัว หาซื้อผ้าทอไทลื้อเมืองน่านสักผืนที่กลุ่มทอผ้าไทลื้อบ้านเก็ต ผู้สร้างสรรค์ผ้าทอตามแบบภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ และแวะโกโก้วัลเล่ย์ ฟาร์มโกโก้ที่เปิดบริการให้เข้าชมฟรี พร้อมลิ้มลองโกโก้รสชาติเข้มข้น

สุโขทัย (หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน)
ลงมือเพนท์ลายเซรามิกชิ้นเดียวในโลกของตัวเองที่โมทนาเซรามิก ชมผ้าทอตีนจกที่สุนทรีผ้าไทย แล้วลงมือทำพวงกุญแจจากเศษผ้าเป็นของที่ระลึกสุดคราฟท์ แวะสุขเสมอ Coffee and Bakery House ชมและชิมเค้กศรีนิลสังคโลก แล้วสนุกกับกิจกรรมออกแบบหน้าเค้ก เยือนแหล่งออกแบบและรังสรรค์ทองสุโขทัยอันเลื่องชื่อที่บ้านทองสมสมัย ก่อนทดลองลงยาเครื่องประดับที่ไหมเงินไหมทอง เช็กอินสตรีทอาร์ตสวรรคโลก แล้วไปลองลิ้มขนมไทย ณ คาเฟ่ที่ไม่เสิร์ฟกาแฟ บ้านขนมมยุรา อย่าลืมไปเยือนอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย ตามหาที่มาของลายทองโบราณสุโขทัย
ภูเก็ต (อาหาร)
ย้อนเวลาไปกับรสมือสูตรโบราณของอี๋ในครัวบ้าน ๆ ที่กินกับอี๋ กับเอกลักษณ์แม่ครัวเอกในชุดกระโจมอก ตามหาต้นกำเนิดรสชาติจากทะเลอันดามันไปกับชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่าฉัตรชัย ประมงพื้นบ้านที่ยังคงวิถีดั้งเดิม ดอกบัว ร้านอาหารเจหนึ่งในผู้สืบทอดประเพณีถือศีลกินผักของชาวภูเก็ต ลิ้มลองรสชาติที่สืบทอดมายาวนานของร้านอาหารเก่าแก่ของภูเก็ต ลกเที้ยน กับเมนูอาหารถิ่น ตามหาขนมอังกู๊ ขนมมงคลพื้นเมืองภูเก็ตรูปทรงคล้ายเต่าที่สื่อถึงอายุยืนยาวและความโชคดี รวมถึงขนมพื้นเมืองที่ถูกนำมาเล่าเรื่องใหม่ ทั้งอาโป้ง เต้าส้อ โอ้เอ๋ว และบีโกหมอย ในรูปแบบไอศกรีมโฮมเมดของ Torry’s Ice Cream
เพชรบุรี (อาหาร)
สัมผัสภูมิปัญญาการทำนาเกลือดั้งเดิมจากแหล่งผลิตเกลือชั้นดีที่เป็นวัตถุดิบคู่ครัวไทยที่นาเกลือบ้านแหลม เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำตาลโตนดในสวนตาลลุงถนอม สวนตาลอายุกว่าร้อยปี ลองเมนูระดับตำนานของเมืองเพชรอย่างก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ซอสแดงสูตรเฉพาะรสเผ็ดหวานหอม แวะชุมชนถ้ำรงค์ วิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนที่เปิดต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรสชาติเพชรบุรีจากอาหารพื้นบ้าน ชิมขนมหวานนกน้อย ร้านขนมไทยรสชาติดั้งเดิมกับความหวานละมุนที่อยู่คู่เมืองเพชร และปิดท้ายที่ Coco & Coff คาเฟ่ร่วมสมัยที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นมาเป็นส่วนประกอบของกาแฟและขนม ทั้งยังมีตลาดนัดสุดชิคที่จัดขึ้นช่วงวันหยุดพิเศษ

สงขลา (อาหาร)
เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเมืองสงขลา ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีโหนด–นา–เล สัมผัสวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงอย่างกลมกลืนกับทะเล ทุ่งนา และสวนตาลโตนด ทำความรู้จักไข่ครอบ ภูมิปัญญาท้องถิ่นถนอมไข่แดงที่เหลือจากการใช้ไข่ขาวมาย้อมอวน มาปรุงรสด้วยเกลือ แล้วนำไปนึ่งจนสุก ชิมรสชาติของดีเมืองเก่าในสไตล์สร้างสรรค์ที่ Lyn’s The Shanghai Cafe ซึ่งรวมวัตถุดิบพื้นถิ่นสงขลาไว้ในจานเดียว ต่อด้วยโชคดีแต่เตี้ยม ร้านติ่มซำระดับตำนานของเมืองหาดใหญ่ และแต้เฮี้ยงอิ้ว ร้านอาหารเก่าแก่ที่ยังคงสร้างสรรค์ของอร่อยบนถนนนางงามกับเมนูอาหารทะเลสไตล์แต้จิ๋ว ปิดท้ายด้วยตลาดน้ำคลองแห ตลาดน้ำเชิงวัฒนธรรมแห่งแรกและแห่งเดียวของภาคใต้ ที่ผสมผสานระหว่างตลาดน้ำและตลาดโบราณบนบก
สุพรรณบุรี (ดนตรี)
เยือนบ้านดนตรีไทยบายครูเอียด ศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับดนตรีไทย โดยเฉพาะดนตรีพื้นบ้าน สัมผัสเสน่ห์ดนตรีพื้นบ้านและเวิร์กช็อปแสนสนุก ไปต่อที่ชุมชนตำบลบ้านแหลม ร่วมขับขานเพลงฉ่อย เสียงดนตรีแห่งเมืองสุพรรณ พร้อมสนุกกับการบรรเลงเพลงและโขลกน้ำพริก เยือนห้องศิลปินครูเพลงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี พบกับเรื่องราวและผลงานอันทรงคุณค่า แวะร้านบ้านคุณจรรยา ร้านอาหารไทยในบรรยากาศเรือนไทยร่วมสมัย ที่มีจุดเด่นอยู่ที่เมนูเครื่องดื่มซึ่งตั้งชื่อตามศิลปิน และปิดท้ายที่ชุมชนท่องเที่ยวป่าสะแก เรียนดนตรีพื้นบ้านที่ว่ากันว่าใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็สามารถเล่นดนตรีไทยได้
กรุงเทพฯ (การออกแบบ)
สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมไทยอย่างลงตัวผ่านตึกแถวเก่าแก่สองข้างทางของเยาวราช ปลุกชีวิตย่านเมืองเก่าที่ได้รับการแต่งแต้มสีสันด้วยสตรีทอาร์ตและร้านรวงสุดชิคบนถนนประวัติศาสตร์ทรงวาด เยือนชุมชนการค้าเก่าแก่อีกแห่งของกรุงเทพฯ อย่างตลาดน้อย ตรอกเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยสีสันจากผลงานของศิลปินและอาคารเก่าแก่ ก่อนเลยไปย่านเจริญกรุง แวะ TCDC ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบที่มีทั้งการจัดแสดงผลงาน กิจกรรมเวิร์กช็อป และไปรษณีย์กลางบางรัก จากนั้นไปพิพิธบางลำพู แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของบางลำพูและย่านบางลำพู หรือแวะ River City Bangkok ศูนย์กลางผลงานสร้างสรรค์และนิทรรศการศิลปะที่หมุนเวียนเปลี่ยนรูปแบบตลอดปี

พัทยา (ภาพยนตร์)
เยือนชุมชนจีนบ้านชากแง้ว ชุมชนโบราณอายุกว่า 100 ปี ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง ก่อนค่อย ๆ เติบโตเป็นย่านการค้าที่รุ่งเรือง เดินเลียบอ่าวดงตาล (ภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง, 2513) ชายหาดอันเงียบสงบริมอ่าวที่เคยเป็นฉากบรรยากาศดิบจริง สะท้อนอารมณ์ของเรื่องราวผ่านคลื่นลมและแสงแดดยามเย็น แวะชายหาดพัทยากลาง (ภาพยนตร์เรื่อง ดีแตก, 2530) เมืองชายทะเลอันคึกคัก เปี่ยมไปด้วยพลังและภาพจำของพัทยาในมุมดิบ เท่ และร่วมสมัย เดินสู่พัทยา วอล์คกิ้งสตรีท (ภาพยนตร์เรื่อง โกงพลิกเกม - The Player, 2564) ถนนที่ไม่เคยหลับใหล สดใสด้วยสีสันของแสงนีออนและจังหวะชีวิตยามค่ำคืนอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองพัทยา ขึ้นเขาพระตำหนัก (ภาพยนตร์เรื่อง มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ - Mr. Hurt, 2560) จุดชมวิวที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ถ่ายทอดความโดดเดี่ยว ความคิด และอารมณ์ภายในของตัวละคร ตามรอยภาพยนตร์ Glory Days (2531) ผ่านโลเคชันหลักอย่างเกาะล้านและเขาพระใหญ่ เชื่อมเรื่องราวความฝันของวัยรุ่นและช่วงเวลาที่ไม่อาจย้อนกลับ ปิดท้ายด้วยการชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทสัจธรรม (ภาพยนตร์เรื่อง The Creator, 2566) สถาปัตยกรรมไม้แกะสลักอันวิจิตรที่สะท้อนปรัชญาชีวิต ความเชื่อ และพลังของมนุษยชาติ
หมายเหตุ: พัทยาเป็นว่าที่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ และอยู่ระหว่างการผลักดันเข้าร่วมเครือข่ายเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ สาขาภาพยนตร์ ในปี 2570