จากกรณีที่ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาตัดสินว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่มีอำนาจปรับเพิ่มภาษีนำเข้า หลังจากนั้นนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีจากทุกประเทศ 10% ทันที และวันต่อมาเพิ่มเป็น 15% นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกทีมเศรษฐกิจ ประกอบด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าหารือ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อออกมาตรการรับมือ พร้อมทั้งสั่งการให้ปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมาย
นายเอกนิติระบุว่า ทางด้านกระทรวงพาณิชย์จะเร่งเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากมาตรการภาษีเพิ่มเติม และรักษาผลประโยชน์ผู้ส่งออกไทย รวมทั้งขอให้กระทรวงพาณิชย์เตรียมความพร้อมเปิดเจรจาเขตการค้าเสรี เพื่อขยายตลาดส่งออกใหม่ ๆ ส่วนกระทรวงการคลังทำงานใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
เพื่อเร่งรัดคำขอรับส่งเสริมการลงทุน ภายใต้มาตรการ Thailand FastPass ควบคู่กับการทำงานร่วมกับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เร่งรัดการแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เป็นอุปสรรคการลงทุน
ขณะที่นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ประเมินว่า กรณีดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนของสินค้าบางชนิดลดลง ส่งผลให้ราคาสินค้าปลายทางในสหรัฐฯ ลดลง ทำให้ผู้ซื้อในสหรัฐฯ มีกำลังซื้อมากขึ้น เพิ่มโอกาสนำเข้าสินค้าจากไทย ส่วนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ปัจจัยที่จะตัดสินความได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้าหลังจากนี้ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพและต้นทุนในการผลิตสินค้าของ แต่ละประเทศ และในภาวะที่ยังไม่มีความแน่นอนนี้ขอให้ผู้ประกอบการเน้นไปที่การดูแลเรื่องการทำตลาดเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ายังสามารถจำหน่ายต่อไปได้
ที่มา กรมประชาสัมพันธ์