ททท. ผนึกกำลังกระทรวงคมนาคม ยกระดับการเชื่อมโยงการเดินทางสู่เมืองท่องเที่ยวภูมิภาค สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพด้วย Fly & Drive

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประชุมบูรณาการความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับกระทรวงคมนาคม และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันยกระดับขีดความสามารถด้านการเชื่อมโยงทางอากาศและการพัฒนาเส้นทางบิน พร้อมเร่งบูสต์เส้นทางบินสนามบินภูมิภาคของกรมท่าอากาศยาน ภายใต้แนวคิด “3-3-1-1” ได้แก่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - อุดรธานี, อุบลราชธานี และขอนแก่น, 3 จังหวัดภาคใต้ - กระบี่, นครศรีธรรมราช และ สุราษฎร์ธานี, 1 จังหวัดภาคกลาง - ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และ 1 จังหวัดภาคเหนือ - น่าน ด้วยการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ Fly & Drive ในช่วงเดือนมิถุนายน–กันยายน 2569 โดยมี ดร.รยุศด์ บุญทัน ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์), นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน, นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม, นายภิรมย์ทิศ ทองแถม ณ อยุธยา หัวหน้ากลุ่มงานการตลาดผลิตภัณฑ์ 2 บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน), นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท., คณะผู้บริหารระดับสูง ททท. และ ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากความท้าทายที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยต้องเผชิญ ทั้งจากภาวะการแข่งขันที่เข้มข้นและสถานการณ์ความไม่สงบที่ส่งผลต่อต้นทุนของสายการบินที่เพิ่มขึ้น ททท. พร้อมร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการเชื่อมโยงทางอากาศ โดยเร่งเพิ่มดีมานด์กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งตลาดในและต่างประเทศสู่จังหวัดที่มีศักยภาพทางการรองรับการบินจากสนามบินของกรมท่าอากาศยาน ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันคัดเลือกพื้นที่ที่จะร่วมกันส่งเสริม ได้แก่  3 จังหวัดภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - อุดรธานี, อุบลราชธานี และขอนแก่น, 3 จังหวัดภาคใต้ - กระบี่, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, 1 จังหวัดภาคกลาง - ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และ 1 จังหวัดภาคเหนือ - น่าน ด้วยการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ Fly & Drive ซึ่ง ททท. จะเร่งสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาดและแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อเร่งการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้

นอกจากนี้ ททท. ยังได้นำเสนอที่ประชุมถึงแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการส่งเสริมการตลาดที่เน้นการเชื่อมโยงทางอากาศ อาทิ ยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินเพื่อรองรับผู้โดยสารต่อเครื่อง เนื่องจากประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศจำนวนมากเดินทางผ่านเพื่อรอเปลี่ยนเที่ยวบิน การออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวระยะสั้นที่เหมาะสมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่รอเปลี่ยนเที่ยวบินหลายชั่วโมง มีโอกาสกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เพิ่มเติม การผลักดันรูปแบบการเดินทางทางอากาศภายใต้แนวคิด Value over Volume ที่มุ่งพัฒนาและส่งเสริมประสบการณ์การเดินทางที่มีมูลค่าสูงและตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเน้นการขยายรูปแบบการเดินทางทางอากาศเฉพาะกลุ่ม เช่น เครื่องบินน้ำ (Seaplane) เครื่องบินส่วนบุคคล (Private Jet) และเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้มีความพิเศษและเป็นส่วนตัว ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูง การพัฒนากลยุทธ์ร่วมด้านการตลาดการท่องเที่ยวด้วยการนำข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และข้อมูลผู้โดยสารมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรม และความต้องการของนักท่องเที่ยว (Co-Marketing & Data-driven Tourism) มาตรการลดภาษีสรรพสามิตในน้ำมันเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศ การยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวแบบ Seamless Journey เชื่อมอากาศ-บก-ราง-น้ำ การขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการส่งเสริมโรงแรม Hyatt สุวรรณภูมิ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด (Promotion) ร่วมกับบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด เป็นต้น ซึ่งทางคณะทำงานจะร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง ททท. กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการการทำงานเพื่อยกระดับศักยภาพด้านการเชื่อมโยงทางอากาศของประเทศไทย ควบคู่กับการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวและการสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ ภายใต้แนวคิด Value over Volume โดยมุ่งกระจายรายได้สู่เมืองท่องเที่ยวศักยภาพทั่วประเทศ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเดินทางและการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

https://www.tatnewsthai.org/index.php/article-infos/6311 

Comment

×
Share Article
Copyright 2022, The Government Public Relations Department
Web Traffic Statistics : 173,351,204