“ภารกิจเตรียมเรือพระราชพิธี 52 ลำ และกำลังพลกว่า 2,200 นาย ที่ผสานภูมิปัญญาทางน้ำ ทักษะการเดินเรือ และการรักษาโบราณราชประเพณี”
.
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นพระราชพิธีสำคัญที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และภูมิปัญญาทางน้ำของไทย เบื้องหลังความสง่างามของเรือพระราชพิธี 52 ลำ และกำลังพลกว่า 2,200 นาย คือการทำงานที่ต้องประสานทั้งการบำรุงรักษาเรือ การฝึกกำลังพล การควบคุมกระบวนเรือ และการรักษาแบบแผนโบราณราชประเพณี เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
ภารกิจครั้งนี้จึงไม่ได้วัดเพียงความพร้อมของเรือหรือความพร้อมเพรียงของฝีพาย แต่ยังสะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการบุคลากร ความรู้เฉพาะทาง และข้อจำกัดของสภาพแวดล้อม เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้ดำรงอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง
.
🟡 52 ลำ 2,200 นาย : ภารกิจที่เริ่มต้นก่อนเรือจะลงสู่แม่น้ำ
จากการให้สัมภาษณ์ของ พลเรือตรี ไพฑูรย์ ปัญญสิน รองโฆษกคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ในรายการ “เคลียร์คัด ชัดเจน” ประเด็น : เปิดภารกิจใหญ่ ขบวนเรือพระราชพิธี ระบุว่า กองทัพเรือวางแผนการดำเนินงานไว้ 3 ด้านหลัก ได้แก่ องค์วัตถุ กำลังพล และยุทธวิธี ซึ่งทั้ง 3 ด้านต้องประสานการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การจัดเตรียมขบวนเรือพระราชพิธีเป็นไปอย่างสมบูรณ์และพร้อมเพรียง
ด้านแรกคือ องค์วัตถุ หรือเรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำ หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2567 เรือได้รับการอัญเชิญขึ้นเก็บรักษา ก่อนนำกลับมาเตรียมใช้งานอีกครั้ง โดยกองทัพเรือประสานความร่วมมือกับกรมศิลปากรและกรมอู่ทหารเรือ เพื่อดูแลสภาพเรือไม้ ซ่อมบำรุง และรักษาความเรียบร้อยตามรูปแบบดั้งเดิม
การดูแลเรือพระราชพิธีจึงไม่ใช่เพียงการรักษาวัตถุเก่าแก่ให้คงสภาพ แต่ต้องทำให้เรือสามารถกลับมาใช้งานได้จริง พร้อมคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความงดงามของงานศิลปกรรมไว้
ด้านที่สองคือ กำลังพลกว่า 2,200 นาย ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่นายเรือ นายท้าย ฝีพาย ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ในส่วนประกอบต่าง ๆ ของพระราชพิธี ด้วยข้อจำกัดด้านจำนวนบุคลากร กองทัพเรือจึงต้องระดมกำลังจากหน่วยงานในหลายพื้นที่ เพื่อให้มีผู้ปฏิบัติหน้าที่เพียงพอ
ส่วนด้านสุดท้ายคือ ยุทธวิธีและการจัดรูปขบวนเรือ ตั้งแต่การจัดตำแหน่ง การเคลื่อนขบวน การกลับลำ ไปจนถึงการเข้าประจำตำแหน่ง ทุกขั้นตอนต้องอาศัยการฝึกซ้อมและความเข้าใจที่ตรงกันของกำลังพล
องค์ประกอบทั้งสามด้านจึงต้องพร้อมไปด้วยกัน เพราะแม้เรือจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่หากกำลังพลหรือการจัดรูปขบวนขาดความพร้อม ก็อาจส่งผลต่อการปฏิบัติภารกิจโดยรวมได้
.
🟡 จากความสมัครใจสู่มาตรฐานการฝึกที่เข้มงวด
การเข้าร่วมภารกิจด้วยความสมัครใจเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของกำลังพล อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอสำหรับงานที่ต้องอาศัยความแม่นยำและความปลอดภัย กองทัพเรือจึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกบุคลากร ทั้งด้านสุขภาพ ความประพฤติ และความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่
อีกความท้าทายคือการรักษาความต่อเนื่องของทักษะ เนื่องจากกำลังพลบางส่วนมีประสบการณ์จากพระราชพิธีครั้งก่อน ขณะที่บางส่วนเป็นบุคลากรใหม่จากการโยกย้าย การเกษียณอายุราชการ และการปลดทหารกองประจำการ จึงต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์ถ่ายทอดความรู้และช่วยฝึกคนรุ่นใหม่
การฝึกฝีพายมีรายละเอียดมากกว่าการพายให้พร้อมเพรียง ตั้งแต่การจัดตำแหน่งตามส่วนสูง การกำหนดตำแหน่งพายซ้ายและขวา ไปจนถึงการควบคุมระดับและจังหวะให้สอดคล้องกัน หากมีผู้ปฏิบัติหน้าที่ไม่สามารถทำงานได้ ผู้เข้ามาทดแทนก็ต้องมีทักษะเหมาะสมกับตำแหน่งเดิม
รายละเอียดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ความพร้อมของขบวนเรือไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวันซ้อมใหญ่ แต่เป็นผลจากระบบการคัดเลือก ฝึกฝน และถ่ายทอดความรู้ที่ต้องดำเนินอย่างต่อเนื่อง
.
🟡 เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้
แม้การฝึกจะดำเนินไปตามแผน แต่สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยเฉพาะกระแสน้ำ ยังคงเป็นปัจจัยที่เพิ่มความซับซ้อนให้กับภารกิจ
พลเรือตรี ไพฑูรย์ กล่าวถึงความแตกต่างของสภาพน้ำระหว่างการฝึกในปี 2567 กับปี 2569 โดยการฝึกต้องรับมือทั้งน้ำขึ้น น้ำลง ฝน และกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวในบางช่วง สภาพดังกล่าวอาจทำให้ต้องพิจารณาปรับเวลาฝึก เพื่อให้การเตรียมความพร้อมสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากที่สุด
การกลับลำของเรือพระที่นั่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ต้องใช้ทักษะสูง เพราะต้องควบคุมทิศทางและรักษาระยะห่างระหว่างเรือ ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงแรงกระแสน้ำที่อาจส่งผลต่อทิศทางและตำแหน่งของเรือ
การเตรียมความพร้อมจึงไม่ได้หมายถึงการฝึกให้กำลังพลจดจำลำดับขั้นตอนเท่านั้น แต่ต้องทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถประเมินสถานการณ์ ควบคุมเรือ และทำงานร่วมกันได้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ การประสานข้อมูลด้านสภาพอากาศและการบริหารจัดการสภาพแม่น้ำยังเป็นส่วนสำคัญของการเตรียมงาน เพราะความสำเร็จของขบวนไม่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะของกำลังพลเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
.
🟡 ความแม่นยำของพิธีการ สำคัญไม่แพ้การเดินเรือ
นอกจากความท้าทายทางกายภาพแล้ว การรักษาลำดับขั้นตอนของพระราชพิธียังต้องอาศัยความละเอียดและการประสานงานอย่างใกล้ชิด
การจัดขบวนเรือพระราชพิธีต้องเป็นไปตามแบบแผนที่กำหนด ตั้งแต่ตำแหน่งของเรือ การถวายความเคารพ การบรรเลงเพลงและการประโคม ไปจนถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในแต่ละส่วน ซึ่งต้องสัมพันธ์กันตามจังหวะและลำดับพิธีการ
ความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งเรือหรือจังหวะการปฏิบัติงานอาจส่งผลต่อภาพรวมของขบวน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเปลี่ยนรูปแบบขบวนหรือกลับลำเพื่อเตรียมการเสด็จกลับ
การฝึกซ้อมจึงเป็นโอกาสให้กำลังพลได้ทดสอบทั้งความพร้อมของตนเองและการประสานงานระหว่างส่วนต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่พระราชพิธีจริง ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
.
🟡 เรือพระที่นั่ง 4 ลำ : ความงดงามที่เกิดจากการฝึกอย่างเป็นระบบ
หนึ่งในรายละเอียดจากบทสัมภาษณ์คือการฝึกเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9
พลเรือตรี ไพฑูรย์ กล่าวถึงพัฒนาการของการฝึกว่า จากเดิมที่ฝึกการกลับลำของเรือทีละลำ สามารถพัฒนาไปสู่การฝึกกลับลำเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำ พร้อมกันได้ ซึ่งสะท้อนถึงทักษะและการประสานงานที่พัฒนาขึ้น
การกลับลำพร้อมกันไม่ใช่เพียงภาพที่สวยงาม แต่เป็นผลจากการกำหนดตำแหน่ง การควบคุมทิศทาง การคำนึงถึงพื้นที่ และการทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำ รายละเอียดนี้แสดงให้เห็นว่าภาพความสง่างามของขบวนเรือเกิดจากการฝึกฝนและการวางแผนที่อยู่เบื้องหลัง
.
🟡 เปิดพื้นที่ให้ประชาชน : เชื่อมโยงผู้คนกับมรดกทางวัฒนธรรม
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคไม่ได้เป็นเพียงภารกิจของกองทัพเรือหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสประเพณีสำคัญของประเทศอย่างใกล้ชิด
พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นจุดที่ประชาชนสามารถเฝ้าชมขบวนได้ โดยผู้สนใจควรติดตามประกาศจากหน่วยงานทางการเกี่ยวกับจุดชม เวลา และข้อกำหนดในการเข้าพื้นที่ เพื่อวางแผนการเดินทางและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
การเข้าชมช่วยให้ประชาชนได้เห็นรายละเอียดที่อาจไม่ปรากฏชัดจากภาพถ่ายทอดทั่วไป ตั้งแต่การจัดขบวน การเคลื่อนเรือ การพาย และการประโคม ไปจนถึงการประสานงานของกำลังพลแต่ละส่วน
การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพระราชพิธีจึงมีความหมายมากกว่าการรับชมความงดงามของเรือ แต่ยังเป็นช่องทางเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สืบทอดจากอดีต
.
🟡 การรักษามรดกที่ต้องเดินหน้าต่อ ไม่ใช่เพียงทำให้สำเร็จในวันเดียว
การเตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในปี 2569 แสดงให้เห็นว่า การรักษาประเพณีให้ดำรงอยู่ไม่อาจอาศัยเพียงความเก่าแก่หรือความงดงามของสิ่งที่สืบทอดมา แต่ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ระบบการฝึกที่เข้มแข็ง และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
เรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำ ต้องได้รับการดูแลรักษา กำลังพลกว่า 2,200 นาย ต้องผ่านการฝึกและเตรียมความพร้อม ขณะที่การจัดรูปขบวนต้องอาศัยทั้งทักษะทางเรือ ความเข้าใจในพิธีการ และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของแม่น้ำเจ้าพระยา
ความสำเร็จของพระราชพิธีจึงไม่ได้อยู่ที่ความสง่างามของภาพที่ปรากฏในวันงานเท่านั้น แต่อยู่ที่ความสามารถในการรักษาองค์ความรู้ ทักษะเฉพาะทาง และมาตรฐานการปฏิบัติงานให้ส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะการอนุรักษ์เรือโดยปราศจากผู้ที่สามารถนำเรือมาใช้งานได้อย่างถูกต้องย่อมไม่เพียงพอ เช่นเดียวกับการมีบุคลากรที่มีทักษะ หากขาดการถ่ายทอดความรู้ ประเพณีก็อาจเผชิญข้อจำกัดในอนาคต
ท้ายที่สุด เบื้องหลังขบวนเรือที่เคลื่อนตัวอย่างสง่างามบนแม่น้ำเจ้าพระยา คือการทำงานร่วมกันของผู้คน ความรู้ และระบบการจัดการที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน นี่จึงไม่ใช่เพียงภารกิจเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีครั้งหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้ดำรงอยู่ต่อไป
.
29 ต.ค. 69