การเป็นเจ้าภาพจัด “การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 หรือ 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group” ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 เป็นอีกครั้งที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมที่เปรียบเสมือน “โอลิมปิกการเงินโลก” ซึ่งมีเพียง 3 ประเทศที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพถึง 2 ครั้ง คือ ญี่ปุ่น ตุรกี และไทยเป็นประเทศที่ 3 ที่ได้รับเกียรตินี้ ยิ่งไปกว่านั้น การประชุมครั้งนี้จะกลับมาจัดในสถานที่แห่งเดิม ที่สร้างขึ้นเพื่อการประชุมนี้เมื่อ 35 ปีที่แล้วอีกด้วย
ในเดือนตุลาคม 2569 ประเทศไทยจะกลับมาเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) อีกครั้ง หลังจากครั้งล่าสุดเมื่อ 35 ปีก่อน นี่ไม่ใช่เพียงการประชุมเศรษฐกิจการเงินระดับโลกที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คนจากกว่า 190 ประเทศ แต่ยังเป็นการหวนคืนสู่สถานที่จัดการประชุมแห่งความทรงจำอย่าง “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุมนี้โดยเฉพาะ
การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการเป็นเจ้าภาพ แต่เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้บอกเล่าเรื่องราวการเจริญเติบโตตลอดกว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ย้อนกลับไปเมื่อปี 2534 การเปิดตัวของ “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” นับเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย เพราะสถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ครั้งที่ 46 โจทย์ใหญ่ของทีมออกแบบคือ การแสดงศักยภาพของประเทศไทยที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ผู้ออกแบบจึงเลือกใช้รูปทรงสถาปัตยกรรมไทยที่อ่อนช้อย ถ่อมตัว แต่สง่างาม ผสมผสานความทันสมัยผ่านวัสดุเหล็กและกระจกที่โปร่งตา เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์คและสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของการประชุมครั้งนั้น ที่ไม่เพียงรองรับการหารือนโยบายเศรษฐกิจการเงินของโลก แต่ยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยในฐานะเจ้าภาพอีกด้วย
สำหรับการต้อนรับผู้นำในวงการเศรษฐกิจการเงินโลกในปี 2534 นั้น ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย อาทิ คุณเสนาะ อูนากูล (รองนายกรัฐมนตรี) พลตำรวจเอก เภา สารสิน (รองนายกรัฐมนตรี) คุณสุธี สิงห์เสน่ห์ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง) คุณวีรพงษ์ รามางกูร (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง) คุณอาสา สารสิน (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) และคุณวิเชียร วัฒนคุณ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) รวมถึงผู้ว่าธนาคารกลางขณะนั้น คือ คุณวิจิตร สุพินิจ พร้อมรองผู้ว่าการ 3 ท่าน คือ คุณเริงชัย มะระกานนท์ คุณเอกกมล คีรีวัฒน์ และคุณชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ได้ร่วมกันจัดประชุมครั้งประวัติศาสตร์ให้เป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับการยอมรับจากนานาชาติ นับเป็นช่วงเวลาที่ไทยได้แสดงทั้งศักยภาพด้านการบริหารจัดการ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทในฐานะประเทศเจ้าภาพของเวทีเศรษฐกิจการเงินระดับโลก
ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก เช่นเดียวกับประเทศไทยที่เติบโตและพัฒนาในหลายมิติ การกลับมาเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Annual Meetings ในปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงการต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก แต่เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพ ความพร้อม และบทบาทของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจการเงินโลกอีกครั้ง จึงน่าติดตามว่าประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจะสร้างความประทับใจ และเป็นสถานที่จารึกหมุดหมายใหม่ ๆ ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเงินโลกอย่างไรบ้าง
ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย
https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/article-20260605.html