นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีถ่ายภาพแสดงความยินดีในการลงนาม MOU ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ 5 พันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำของเวียดนาม ได้แก่ VietjetAir, BenThanh Tourist, Hanoi Tourist Corporation, Vietravel และ Vietrantour ภายในงาน Investment Forum & Business Forum 2026 ณ โรงแรม Fairmont Hanoi สะท้อนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รัฐบาลในการยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้เกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้า เนื่องจากนักท่องเที่ยวเปรียบเสมือน “ผู้บริโภคจากต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในประเทศ” ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในสินค้าและบริการไทยโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร อาหาร สินค้าชุมชน (OTOP) ธุรกิจค้าปลีก โรงแรม และบริการโลจิสติกส์ ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสทางการค้าทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างแบรนด์สินค้าไทยและ Soft Power ผ่านประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสริมการส่งออก ขยายตลาด และยกระดับผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เน้นย้ำว่า การสร้างเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศถือเป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์สำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบการตลาดการท่องเที่ยวไทย โดยรัฐมุ่งขยายความร่วมมือกับประเทศศักยภาพเพื่อเสริมเสถียรภาพด้านการบิน เพิ่มช่องทางการเข้าถึงตลาด และต่อยอดความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการระดับโลก ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างตลาดสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งตลาดไมซ์และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ในขณะที่ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เผยว่า ภาพรวมของอาเซียนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 แสดงให้เห็นว่า แม้ว่าภูมิภาคยังอยู่ในช่วง “ฟื้นตัวและขยายตัว” แต่เป็นการเติบโตแบบไม่เท่ากัน หรือไม่ไปในทิศทางเดียวกัน (Uneven Growth) และเผชิญกับการแข่งขันรุนแรงขึ้นในภูมิภาค ในขณะที่ไทยปรับโครงสร้างนักท่องเที่ยวสู่กลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพการใช้จ่ายและระยะเวลาพำนักที่สูงขึ้น
การเดินทางเยือนเวียดนามของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ททท. ได้บรรลุผลการเจรจาและร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจกับ (1) Dr. Nguyen Thi Phuong Thao - Chairwoman, VietjetAir (2) Mr. Nguyen Ngoc Hoai Nguyen - General Director, BenThanh Tourist (3) Ms. Pham Thi Thu Huyen - General Director, Hanoi Tourist Corporation (4) Mr. Tran Doan The Duy - Chief Executive Officer, Vietravel (5) Ms. Dinh Nguyet Anh - General Director, Vietrantour
ทั้งนี้ การเยือนประเทศไทยของ พลเอกพิเศษ โต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2569 และการเดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ (Official Visit) และการเข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน 2569 ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการยกระดับความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยง การเพิ่มความเชื่อมโยงด้านคมนาคมทั้งทางอากาศและทางบก ตลอดจนการร่วมทำตลาดและประชาสัมพันธ์ในตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. จะขับเคลื่อนให้นักท่องเที่ยวชาวเวียดนามกลับมาเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย กว่า 1 ล้านคน ดังเช่นช่วงก่อน COVID-19 ที่ผ่านมา
ที่มา ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.
https://www.facebook.com/share/p/14eEATiLV6t/